"คลอรีน" ในน้ำประปา-สระว่ายน้ำ ซึมเข้าเลือด-ทำลายไทรอยด์? หมอเฉลยแล้ว! : เช็กข่าวชัวร์

"คลอรีน" ในน้ำประปา-สระว่ายน้ำ ซึมเข้าเลือด-ทำลายไทรอยด์? หมอเฉลยแล้ว! : เช็กข่าวชัวร์

"คลอรีน" ในน้ำประปา-สระว่ายน้ำ ซึมเข้าเลือด-ทำลายไทรอยด์? หมอเฉลยแล้ว! : เช็กข่าวชัวร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

โซเชียลแชร์ว่อน! "คลอรีนในน้ำประปา-สระว่ายน้ำ ซึมเข้าเลือด ทำลายไทรอยด์" หมอออกมาเฉลยแล้ว จริง หรือ มั่ว?

อย่าเพิ่งตื่นตระหนก! หมอชี้แจง คลอรีนในน้ำประปาไม่ซึมเข้าเลือดทำลายไทรอยด์ ยันคนละตัวกับสารอันตราย

กำลังเป็นประเด็นสร้างความแตกตื่นบนโลกออนไลน์อย่างมาก เมื่อมีการแชร์ข้อความเตือนภัยระบุว่า "ความจริงสุดแย่! การว่ายน้ำในสระหรืออาบน้ำประปาที่มีคลอรีนสูง คือสาเหตุโดยตรงที่ทำลายต่อมไทรอยด์ เพราะคลอรีนจะซึมผ่านผิวหนัง เข้าสู่กระแสเลือด แล้วตรงไปทำลายไทรอยด์ทันที"

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายแพทย์เหงียน ฮุย ฮว่าง (Dr. Nguyen Huy Hoang) จากสมาคมเวชศาสตร์ใต้น้ำและออกซิเจนแรงดันสูงแห่งเวียดนาม ได้ออกมาให้ข้อมูลโต้แย้งอย่างชัดเจนว่า "คำกล่าวอ้างดังกล่าวไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับเลยแม้แต่น้อย"


คลอรีน "ทะลุผ่านผิวหนัง" เข้ากระแสเลือดได้จริงหรือ?

นพ.ฮว่าง อธิบายว่า ผิวหนังของมนุษย์เราเป็นเกราะป้องกันทางธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ผิวหนังชั้นนอกสุด (ชั้นขี้ไคล) ประกอบด้วยไขมันและโปรตีน ซึ่งช่วยปกป้องและจำกัดการซึมผ่านของสารเคมีภายนอกเข้าสู่ร่างกาย

เมื่อน้ำที่มีคลอรีนสัมผัสกับผิวหนัง คลอรีนจะทำปฏิสัมพันธ์กับสารอินทรีย์บนพื้นผิวผิวหนังทันที จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่คลอรีนจะคงรูปเดิมแล้ว "ซึมทะลุผิวหนัง เข้าสู่กระแสเลือด" เพื่อไปทำลายต่อมไทรอยด์อย่างที่โซเชียลปั่นกระแส

ส่วนการสูดดมละอองน้ำขณะอาบน้ำหรือว่ายน้ำในสระร่มที่การถ่ายเทอากาศไม่ดี อาจทำให้บางคนรู้สึกแสบตา แสบจมูก หรือระคายเคืองระบบทางเดินหายใจได้ แต่นั่นเป็นเพียง การระคายเคืองเฉพาะที่ ไม่ได้แปลว่าคลอรีนหลุดเข้ากระแสเลือดไปทำร้ายต่อมไทรอยด์แต่อย่างใด

สอดคล้องกับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ที่ยืนยันว่า การใช้คลอรีนหรือคลอรามีนในระดับมาตรฐานเพื่อฆ่าเชื้อในน้ำประปา เป็นระดับที่ปลอดภัย และช่วยป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคติดเชื้อโรคจากแหล่งน้ำ


สับสนสาร! "คลอรีน" กับ "เพอร์คลอเรต" คือคนละตัวกัน

หมอฮว่าง ชี้ว่า ต้นเหตุของข่าวลือสับสนนี้ น่าจะเกิดจากการนำ "คลอรีน" (Chlorine) ไปจำสับสนกับสาร "เพอร์คลอเรต" (Perchlorate) ซึ่งเป็นสารเคมีคนละชนิดกันอย่างสิ้นเชิง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า เพอร์คลอเรต ต่างหากที่เป็นสารซึ่งวงการแพทย์เฝ้าระวัง เพราะมันมีคุณสมบัติไป "แย่งจับ" และขัดขวางไม่ให้ต่อมไทรอยด์ดูดซึมไอโอดีน ซึ่งหากรับสารนี้ในปริมาณมากติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติได้

แต่สำหรับ คลอรีนที่ใช้ใส่ในน้ำประปาและสระว่ายน้ำ ไม่มีคุณสมบัติในการแย่งจับไอโอดีนเหมือนเพอร์คลอเรต ดังนั้น การเห็นชื่อสารมีคำว่า "คลอรีน" เหมือนกัน แล้วสรุปเอาเองว่ามันจะทำลายไทรอยด์เหมือนกัน จึงเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดอย่างรุนแรง


ผลกระทบที่แท้จริงจากการสัมผัสคลอรีน

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงหากเราสัมผัสกับน้ำคลอรีนบ่อยๆ หรือเป็นเวลานาน คืออาการระคายเคืองภายนอก เช่น:

  • ผิวแห้งกร้าน คัน หรือระคายเคือง
  • ผมแห้งเสีย กระด้าง
  • แสบตา ตาแดง หลังการว่ายน้ำ

นพ.ฮว่าง ย้ำว่า คลอรีนคือเครื่องมือสำคัญในทางสาธารณสุขที่ช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของแบคทีเรียและไวรัสในน้ำ การตกใจกลัวข่าวลือจนงดใช้น้ำประปาหรือเลิกใส่สารฆ่าเชื้อ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงอันตรายจากการติดเชื้อเชื้อโรคในน้ำแทน ซึ่งน่ากลัวกว่ามาก

ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ต้องเลี่ยงน้ำประปาไหม?
หมอยืนยันว่า ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงน้ำประปาหรือการว่ายน้ำ เพียงแต่ควรเน้นทานอาหารที่มีไอโอดีนตามคำแนะนำของแพทย์ และตรวจติดตามอาการตามนัด สำหรับสายออกกำลังกาย หลังว่ายน้ำเสร็จควรอาบน้ำสะอาดด้วยสบู่อ่อนๆ และทาครีมบำรุงผิวเพื่อลดอาการผิวแห้ง เท่านี้ก็ปลอดภัยหายห่วง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล